รูนี่ย์เผย ฮาร์กรีฟส์ ยังวิ่งเร็วกว่าโรนัลโด้

Browse By

ในโลกของฟุตบอล คำว่า “เร็ว” มักถูกใช้เพื่อยกย่องนักเตะ และ ฮาร์กรีฟส์ ที่มีความสามารถพิเศษในการเคลื่อนไหว หลบหลีก และสร้างโอกาสในเกมรุก แต่เมื่อพูดถึง “ความเร็ว” ในยุคที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) อยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพ นักเตะคนไหนจะกล้าเทียบได้? ทว่าล่าสุด เวย์น รูนี่ย์ (Wayne Rooney) อดีตเพื่อนร่วมทีมและตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องที่หลายคนไม่คาดคิดว่า “โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ (Owen Hargreaves)” อดีตกองกลางชาวอังกฤษผู้มักถูกมองว่าเป็นนักเตะสายเทคนิค กลับมีความเร็วเหนือกว่าโรนัลโด้ในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ร่วมกันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

คำกล่าวนี้สร้างความฮือฮาในหมู่แฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่าน เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ซึ่งต่างรู้ดีว่า โรนัลโด้คือหนึ่งในนักเตะที่มีความเร็วระดับตำนานของยุค 2000s ไม่ว่าจะเป็นการเร่งสปีด การเลี้ยงผ่านคู่แข่ง หรือการทำเกมโต้กลับที่ทรงพลัง แต่รูนี่ย์กลับเผยว่า “ในช่วงหนึ่งของการฝึกซ้อม ฮาร์กรีฟส์เป็นคนที่วิ่งได้เร็วที่สุดในทีม และเร็วกว่าโรนัลโด้แบบชัดเจนด้วยซ้ำ”

รูนี่ย์ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ชื่อดังของอังกฤษ โดยเล่าย้อนถึงช่วงเวลาทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในยุคที่ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ว่า “เรามีทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับสุดยอด ทุกคนมีความสามารถเฉพาะตัว โรนัลโด้คือเครื่องจักรแห่งความเร็วและพลัง แต่ถ้าพูดถึงคนที่วิ่งเร็วที่สุดในสนามซ้อม มันต้องเป็นฮาร์กรีฟส์ เขามีสปีดต้นที่น่าทึ่งและสามารถเร่งจังหวะได้อย่างเหลือเชื่อ”

คำพูดนี้อาจทำให้แฟนบอลรุ่นใหม่รู้สึกประหลาดใจ เพราะในความทรงจำของหลายคน ฮาร์กรีฟส์คือกองกลางตัวรับที่โดดเด่นด้านแท็กติก ความเข้าใจเกม และความขยันมากกว่าความเร็ว แต่หากย้อนกลับไปดูช่วงพีคของเขาในช่วงกลางทศวรรษ 2000 โดยเฉพาะสมัยอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค (Bayern Munich) จะเห็นว่าเขาเป็นนักเตะที่ครบเครื่อง วิ่งขึ้นลงตลอด 90 นาที และมีความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะเกมที่โดดเด่นมาก

รูนี่ย์อธิบายต่อว่า “ผู้คนมักมองข้ามความฟิตของฮาร์กรีฟส์ เขาอาจไม่ใช่คนที่มีลีลาเหมือนโรนัลโด้ แต่เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ร่างกายสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในอาชีพ เขาสามารถวิ่ง 100 เมตรได้ในระดับนักกรีฑา และที่สำคัญ เขาวิ่งได้ตลอดทั้งเกมโดยไม่แผ่ว”

ในช่วงที่ทั้งคู่เล่นร่วมกัน ฮาร์กรีฟส์ถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะในฤดูกาล 2007/08 ซึ่งทีมสามารถคว้า “ดับเบิ้ลแชมป์” ทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เขามีบทบาทสำคัญในแดนกลาง ด้วยสไตล์การเล่นที่สมดุลระหว่างเกมรับและการเชื่อมเกมรุก รวมถึงลูกฟรีคิกอันทรงพลังที่แฟนบอลยังคงจดจำได้

แฟนบอลที่ติดตามสถิติเหล่านี้ผ่าน สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100% คงจำได้ดีว่าฮาร์กรีฟส์เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่มี “สถิติระยะทางวิ่งเฉลี่ยต่อเกม” สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก และยังเป็นคนที่ทำสถิติ “สปีดสูงสุด” ในหลายแมตช์ติดกันช่วงฤดูกาลนั้น แม้ตัวเลขเหล่านี้จะไม่ได้ถูกเผยแพร่ในวงกว้างเท่ายุคปัจจุบัน แต่ในแวดวงโค้ชและนักเตะร่วมทีมต่างรู้กันดีว่า เขาคือเครื่องยนต์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคนั้นอย่างแท้จริง

รูนี่ย์ยังเล่าว่าการฝึกซ้อมในทีมชุดนั้นเข้มข้นมาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเน้นให้นักเตะพัฒนาเรื่องความฟิตและสปีดเป็นพิเศษ เพราะระบบการเล่นของทีมในเวลานั้นต้องอาศัยความเร็วทั้งในเกมรุกและเกมรับ เขากล่าวว่า “เฟอร์กี้ให้พวกเราวิ่งสปีด 40 เมตรหลายรอบหลังจบการซ้อม และทุกครั้งที่เราทำ ฮาร์กรีฟส์จะออกตัวได้เร็วกว่าใคร เขาเหมือนมีสวิตช์ที่เปิดเมื่อเสียงนกหวีดดัง เขาพุ่งไปข้างหน้าแบบไม่มีใครตามทัน”

แม้โรนัลโด้จะถูกยกให้เป็นนักเตะที่มีสภาพร่างกายดีที่สุดในโลก แต่รูนี่ย์อธิบายว่าความเร็วของเขามักโดดเด่นในจังหวะที่มีบอลเท่านั้น ในขณะที่ฮาร์กรีฟส์เป็นนักเตะที่ “สปีดสูงทั้งมีบอลและไม่มีบอล” และสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในนักเตะตำแหน่งกองกลางตัวรับ

ฮาร์กรีฟส์เองเคยถูกถามถึงเรื่องนี้ในบทสัมภาษณ์เมื่อหลายปีก่อน เขาเคยกล่าวติดตลกว่า “โรนัลโด้อาจเร็วกว่าในทางตรง แต่ถ้าเป็นเกมที่ต้องวิ่งสลับระยะ ผมคิดว่าผมอาจชนะได้ในบางครั้งนะ” ซึ่งคำพูดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่รูนี่ย์เพิ่งพูดในปัจจุบัน

น่าสนใจที่ทั้งสองคนต่างมีจุดร่วมในเส้นทางอาชีพ ทั้งคู่ต่างเผชิญกับอาการบาดเจ็บหนักในช่วงสำคัญของชีวิตนักฟุตบอล โดยเฉพาะฮาร์กรีฟส์ที่ต้องต่อสู้กับปัญหาหัวเข่าตลอดหลายปีหลัง และสุดท้ายต้องยุติอาชีพก่อนเวลาอันควร แม้จะมีพรสวรรค์ระดับท็อปและความมุ่งมั่นสูง

สำหรับรูนี่ย์ การย้อนรำลึกถึงเพื่อนร่วมทีมอย่างฮาร์กรีฟส์คือการย้ำเตือนถึงยุคทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ผมเคารพมากที่สุด เพราะแม้จะเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ ในช่วงที่เขาฟิตสมบูรณ์ เขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตำแหน่งนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย”

คำพูดนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพและความเป็นมืออาชีพของนักเตะยุคนั้น ซึ่งแม้จะเต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ แต่ทุกคนต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกันและพร้อมยอมรับความสามารถของเพื่อนร่วมทีมอย่างเปิดเผย

นักวิเคราะห์ในวงการฟุตบอลบางคนมองว่า ความเร็วของฮาร์กรีฟส์เป็นสิ่งที่ช่วยให้ทีมของเฟอร์กูสันมีมิติในการเล่นที่ครบเครื่องมากขึ้น เพราะเขาสามารถเล่นได้ทั้งในบทบาท “เบอร์ 6” ตัวรับลึก หรือขยับขึ้นมาเป็น “เบอร์ 8” ที่คอยซัพพอร์ตเกมรุก ความเร็วและความขยันของเขาทำให้ทีมสามารถเพรสซิ่งได้สูงและกลับมาตั้งรับได้รวดเร็ว

หากลองจินตนาการถึงทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในยุคนั้นที่ประกอบด้วย รูนี่ย์, โรนัลโด้, กิ๊กส์, สโคลส์, คาร์ริค และฮาร์กรีฟส์ จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีจุดอ่อนเลย ทั้งในด้านเกมรุกและเกมรับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีกและยุโรปช่วงปลายทศวรรษ 2000 อย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญจากวงการกีฬาอังกฤษยังเสริมว่า คำพูดของรูนี่ย์อาจไม่ใช่การเปรียบเทียบเชิงลบต่อโรนัลโด้ แต่เป็นการยกย่อง “ความเร็วเชิงแท็กติก” ของฮาร์กรีฟส์ ซึ่งต่างจาก “ความเร็วเชิงร่างกาย” ของโรนัลโด้ ในขณะที่โรนัลโด้โดดเด่นเรื่องสปีดและพลังการวิ่งแบบตรง ฮาร์กรีฟส์โดดเด่นในเรื่องสปีดในการตัดสินใจและการเข้าปะทะในจังหวะสั้น ๆ ซึ่งสำคัญไม่แพ้กันในเกมระดับสูง

ในมุมของแฟนบอลยุคใหม่ที่ติดตามข้อมูลผ่านเข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง หลายคนอาจเพิ่งได้รู้ว่าฮาร์กรีฟส์เคยเป็นนักเตะที่สมบูรณ์ขนาดไหนก่อนจะถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับคำชื่นชมอย่างสูงจากโค้ชทุกคนที่เคยร่วมงาน ตั้งแต่โอตมาร์ ฮิทซ์เฟลด์ ในเยอรมนี จนถึงเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในอังกฤษ เพราะเขาเป็นนักเตะที่เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลางและมีความเป็นมืออาชีพอย่างสูง

ปัจจุบัน ฮาร์กรีฟส์ทำงานเป็นนักวิเคราะห์ฟุตบอลให้กับสื่อในอังกฤษ เขามักพูดถึงอดีตทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยความภาคภูมิใจ และย้ำเสมอว่า “สิ่งที่ทำให้ทีมชุดนั้นพิเศษไม่ใช่แค่ความสามารถของแต่ละคน แต่คือความเข้าใจในเกมและการทำงานหนักเพื่อกันและกัน”

ในขณะที่โรนัลโด้ยังคงเล่นในระดับอาชีพจนถึงปัจจุบัน การที่รูนี่ย์ออกมาพูดถึงความเร็วของฮาร์กรีฟส์เหนือกว่าโรนัลโด้ จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบเพื่อยกหรือลดใคร แต่คือการย้ำเตือนถึงยุคที่ฟุตบอลยังเต็มไปด้วยความสมดุลระหว่างความสามารถ ความฟิต และความเข้าใจในเกม

สุดท้ายแล้ว คำพูดของรูนี่ย์ทำให้แฟนบอลได้ย้อนกลับไปนึกถึงยุคทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับตำนาน ทั้งโรนัลโด้ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความทะเยอทะยาน รูนี่ย์ผู้เป็นตัวแทนของหัวใจนักสู้ และฮาร์กรีฟส์ผู้เป็นเครื่องยนต์ที่ทำงานเงียบ ๆ แต่ขับเคลื่อนทีมอย่างไม่หยุดยั้ง

เรื่องราวนี้อาจฟังดูเล็กน้อยในแง่ของสถิติ แต่ในแง่ของจิตวิญญาณ มันคือบทเรียนของฟุตบอลที่แท้จริง — ว่าความยิ่งใหญ่ไม่ได้มีแค่ในชื่อเสียงหรือจำนวนประตู แต่ยังอยู่ใน “ความพยายาม” และ “หัวใจที่ไม่ยอมแพ้” ของนักเตะทุกคนที่ลงสนามเพื่อทีม